วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

''มอยส์''นำทัพผีถวายพระพรในหลวง-ราชินีที่ รพ.ศิริราช

''มอยส์''นำทัพผีถวายพระพรในหลวง-ราชินีที่ศิริราช 

 

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของทัพ"ปีศาจแดง"แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดหลังเดินทางถึงสนามบินดอนเมืองเมื่อเช้าที่ผ่านมา โดยภายหลังออกจากสนามบินนั้นเดวิด มอยส์กุนซือชาวสกอตติชได้นำลูกทีมเดินทางไปยังโรงพยาบาลศิริราชเพื่อถวายราชสักการะต่อพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ณ ศาลาศิริราช 100 ปี 

แชมป์พรีเมียร์ลีกเดินทางข้ามทวีปกว่า 20,000 ไมล์เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับความท้าทายครั้งใหม่ในฤดูกาลหน้าโดยพวกเขาจะประเดิมลงสนามเตะกับทีมสิงห์ ออลสตาร์ในวันเสาร์ที่ 13 ก.ค.นี้ 

หลังจากออกจากสนามบินนั้นมอยส์กับนักเตะได้เข้าถวายความเคารพต่อพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงและสมเด็จฯราชินีที่โรงพยาบาลศิริราชโดยอดีตนายใหญ่เอฟเวอร์ตันกับไรอัน กิ๊กส์ได้ยืนเคียงข้างพร้อมถ่ายรูปคู่กับพระบรมฉายาลักษณ์ด้วย 

หลังจากนั้นมอยส์กับกิ๊กส์ได้ลงนามถวายพระพรให้ในหลวงของปวงชนชาวไทยทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็วด้วย 

สำหรับการเดินทางในครั้งนี้นั้นมีสาวก"เร้ด อาร์มี่"เดินทางไปต้อนรับทีมในดวงใจอย่างหนาแน่นตั้งแต่ที่สนามบินดอนเมืองจนถึงโรงแรมที่พัก 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 




ที่มา:Soccersuck



วันพุธที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

24 สมุนไพร ที่ควรปลูกไว้เป็นยาสามัญประจำบ้าน (กระเทียม)



ชื่อท้องถิ่น

หอมเทียม(ภาคเหนือ) เทียม หัวเทียม (ภาคใต้) กระเทียมขาว หอมขาว (อุดรธานี) ปะเซ้ว้า (กระเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน)

ชื่อวิทยาศาสตร์

Allium sativum Linn.

วงศ์

ALLIACEAE

ชื่อสามัญ

Garlic

ลักษณะ

เป็นพืชล้มลุก สูงประมาณ 30-45 ซม. พืชจำพวกหญ้า ลงหัวใต้ดิน หัวประกอบด้วย กลีบหลายกลีบรวมกัน มีเปลือกหุ้มหลายชั้น สีขาวหรือสีอมม่วง เนื้อสีขาว ใบสีเขียว หนายาว แบน ปลายแหลม โคนแผ่เป็นแผ่นแบน ภายในกลวง หุ้มซ้อนกันเป็นต้นกลม สีเขียวหรือสีเขียวอ่อน ดอกสีขาว รวมกันเป็นช่อ ที่ปลายก้าน

การขยายพันธุ์

หัวแก่ โดยใช้หัวแก่ฝังในดิน กระเทียมชอบอากาศเย็น ดินร่วยซุย ปลูกได้ทางภาคเหนือ

ส่วนที่นำมาเป็นยา

หัว , ใบ ,ราก

สารเคมีและสาร
อาหารที่สำคัญ

Alliin, Allicic, Allinase scordinine A, Scordinine B

สรรพคุณทางยา
และวิธีใช้

  แก้โรคเน่าเปื่อย กลากเกลื้อน ระงับพิษแมลงสัตว์กัดต่อย :   เอากระเทียมทุบให้แตก ถูบริเวณที่เป็นเกลื้อนและบริเวณแมลงต่อย วันละ 2-3 ครั้ง ประมาณ 4-5 วัน

  ฆ่าเชื้อในปาก ทอนซิลอักเสบ(ระยะเริ่ม) : เอากระเทียมมาบดหรือทุบให้ละเอียด คั้นน้ำกรองด้วยผ้าสะอาด ผสมน้ำอุ่น 5 เท่า ผสมเกลือเล็กน้อย กลั้วคอ หรือ กระเทียม 5 กลีบโขลก เติมน้ำส้มสายชู 1 ถ้วยตวง กรองเอาแต่น้ำ กวาดคอหรือจิบเวลาไอ จนกว่าอาการจะดีขึ้น

  แก้ไขมันอุดตันในเส้นเลือด :
       - เอาหัวกระเทียมโทน 21 หัว ปอกเปลือก ใส่ขวดโหล ใส่น้ำผึ้ง พอท่วมกระเทียม ดองไว้ประมาณ 7 วัน รับประทานก่อนนอน ครั้งละ 3 หัว พร้อมน้ำที่ดอง ทานติดต่อกัน 7 วัน
       - รับประทานกระเทียมสด ๆ วันละ 1-2 หัว รับประทานติดต่อกัน 5-10 วัน

  แก้ความดันโลหิตสูง : กระเทียม 250 หัว แช่ในเหล้าขาว 1 ลิตร นาน 6 สัปดาห์ รินเอาส่วนที่ใส รับประทานครั้งละครึ่งช้อนกาแฟ ตอนเช้า วันละครั้ง

  แก้จุกเสียดแน่นอืดเฟ้อ :
       - นำกระเทียม 5-7 กลีบ บดให้ละเอียด เติมน้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ เกลือและน้ำตาลเล็กน้อย ผสมให้เข้ากัน กรองเอาน้ำดื่ม
       - นำกระเทียมมาปอกเอาเฉพาะเนื้อใน 5 กลีบ ซอยให้ละเอียด รับประทานหลังอาหารทุกมื้อ

  แก้เสมหะ แก้ลม : นำกระเทียมผสมกับขิงอย่างละเท่า ๆ กัน แล้วบดละลายกับน้ำอ้อย

  ขับพยาธิ :นำรากกระเทียม ผสมกับน้ำนมหรือกะทิสด คั้นเอาน้ำรับประทาน

  แก้ปวดหัว หรือ ไมเกรนโดยการนำเอามาประกอบอาหาร หรือ รับประทานสดครั้งละ 10 กลีบ ทุกวัน(ต้องรับประทานทุกวันต่อเนื่องกัน)

ข้อควรระวัง

  ควรระวังในกรณีที่ได้รับยาต้านการแข็งตัวของเลือด เพราะจะทำให้เลือดแข็งตัวช้าขึ้น

  ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ละอองเกสร จะมีโอกาสแพ้กระเทียมได้ง่าย

  ไม่ควรรับประทานกระเทียมขณะท้องว่าง อาจเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง





ที่มา: http://www.tungsong.com/

ทุ่งกุลาร้องไห้แหล่งข้าวหอมมะลิหรือน้ำมัน




ผลการสำรวจความคิดเห็นเบื้องต้นของปชช.ในทุ่งกุลาร้องไห้ จังหวัดสุรินทร์ จากกรณีเตรียมขุดเจาะน้ำมันของภาคเอกชน ซึ่งประชาชนกังวลว่าจะเกิดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม 

     นายปยุต เกริกธนกุล พลังงานจังหวัดสุรินทร์  เปิดเผยความคืบหน้าการสำรวจความคิดเห็น   เรื่องการขุดเจาะบ่อน้ำมัน ในพื้นที่อำเภอชุมพลบุรี  บริเวณทุ่งกุลาร้องไห้  จังหวัดสุรินทร์    โดยระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นของชาวบ้าน ที่ได้รับผลกระทบ ใน 16 หมู่บ้าน 4 ตำบล ใน 2 อำเภอ  ซึ่งบริษัท ทอพ-คลาส คอนซัลแทนท์ จำกัด และ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน ได้กำหนดแปลงสำรวจบนบก ครอบคลุมพื้นที่ จังหวัดมหาสารคาม ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ และสุรินทร์ รวมพื้นที่ 3,960 ตารางกิโลเมตร 

     ทั้งนี้   การเจาะสำรวจ 3 หลุมเจาะ จะทำในพื้นที่  หมู่ 8 บ้านหนองไทร ตำบลหนองขมาร อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์  หมู่ที่ 15 บ้านโคกกลาง ตำบลชุมพลบุรี อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ และหมู่ที่ 4 บ้านหนองสรวง ตำบลสระบัว อำเภอแคนดง จังหวัดบุรีรัมย์  เพื่อทำรายงานเสนอปริมาณปิโตรเลียมที่มีให้กระทรวงพลังงาน และประเมินผลความคุ้มค่า  

     โดยบริษัทที่ได้รับสัมปทาน จะสำรวจทางธรณีวิทยา ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 4 ถึง 5 เดือน หากไม่พบ จะะทำการปิดหลุมทันที แต่หากว่าพบน้ำมัน หรือก๊าซธรรมชาติ  ก็จะส่งผลดีต่อชาวบ้านในชุมชนและประเทศชาติ เพราะจะช่วยลดการสั่งซื้อพลังงานจากต่างประเทศได้

     ซึ่งผลรับฟังความคิดเห็นเบื้องต้น พบว่า  ผู้นำชุมชนยังมีความกังวลในเรื่องสิ่งแวดล้อม   การปนเปื้อนจากการขุดเจาะน้ำมัน   โดยเฉพาะผลกระทบต่อน้ำบาดาล  
     ขณะที่ทางบริษัท  อธิบายว่า จะใช้ระบบปิดในการขุดเจาะ  จึงไม่มีสิ่งปนเปื้อนออกไปสู่ภายนอกได้ 
ขณะที่พื้นที่ดังกล่าว ปัจจุบันเป็นแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิที่ดีที่สุดในโลก  แต่เมื่อมีโครงการสำรวจและเตรียมขุดเจาะน้ำมัน ก็มีชาวบ้านบางราย เตรียมขายที่ดินให้บริษัทสำรวจน้ำมัน  ในราคาไร่ละ 300,000 บาท  และบางรายตั้งราคาขายไว้ที่ไร่ละ 1,000,000 บาท 

Produced by VoiceTV
21 มกราคม 2555 เวลา 11:31 น.






วันอังคารที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

เมืองเลย - ทุกข์ของชาวนาฝนทิ้งช่วง ต้นกล้าแคระแกร็น





เลย - ชาวนาสุดระทม เริ่มทำนาปีแต่ฝนกลับทิ้งช่วง ทำต้นกล้าข้าวแคระแกร็นต้องเร่งถอนปักดำก่อนจะแห้งตาย 
       
       วันนี้ (8 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.เลยว่า ชาวนาในหลายพื้นที่เริ่มเพาะกล้าทำนาปี แต่กลับเกิดฝนทิ้งช่วงทำให้นาข้าวโดยเฉพาะใน ต.ชัยพฤกษ์ อ.เมือง ขาดน้ำจนต้นกล้าข้าวที่อายุกว่า 2 เดือนแคระแกร็น
       

       นางเพียร นามวงศ์ษา อยู่บ้านเลขที่ 93 หมู่ 3 บ้านก้างปลา ต.ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า ตนและญาติต้องถอนต้นกล้าข้าวที่มีอยู่ประมาณ 1 ไร่นำไปปักดำก่อนที่กล้าข้าวจะแห้งตายเพราะนาข้าวขาดน้ำ ดินแตกระแหง โดยจะต้องซื้อน้ำมารดใส่นาข้าวเพื่อให้พื้นดินเปียกชุ่มก่อนที่จะทำการถอนนำไปปักดำ ซึ่งฝนทิ้งช่วงมา 2-3 เดือนแล้ว ส่วนที่ตกลงมาก็มีเพียงเล็กน้อย






ที่มา:manageronline

กาฬสินธุ์ - ตั้งข้อหาหนักกรรมการจัดงานบั้งไฟล้าน ตกแตกตาย 3






กาฬสินธุ์ - ตำรวจตั้งข้อหาหนักกรรมการวัดร่วมจัดงานบั้งไฟบวงสรวงศาลเจ้าปู่เขาเขียวของชาว ต.คำใหญ่ อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ หลังระเบิดตกใส่คนตาย 3 ราย
       
       เหตุบั้งไฟล้านน้ำหนักกว่า 500 กิโลกรัมตกบริเวณหนองน้ำข้างวัดป่าคำใหญ่ หมู่ 7 ต.คำใหญ่ อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ สถานที่จัดงานบวงสรวงศาลเจ้าปู่เขาเขียว เป็นเหตุให้นายชาญณรงค์ นานท้าว นางทองทิพย์ ทัศวงศ์ นางบุญเก่ง สามารถ เสียชีวิต มีผู้บาดเจ็บหลายราย
       
       ล่าสุดเมื่อเวลา 09.00 น. วันนี้ (8 ก.ค.) พ.ต.อ.สุกฤษณ์ ข้อร่วมคิด ผกก.สภ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ ออกตรวจพื้นที่เกิดเหตุ ต่อมาเมื่อเวลา 11.30 น. นายปราการ อุตสาห์ อดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นประธานจัดงาน พร้อมนายวิชัย จันทรวิลัย และนายกาลเวก ทาลาด กรรมการ มาให้การต้อนรับและรับทราบข้อหาต่อ ร.ต.ท.อัศวิน หงส์โยธี ร้อยเวร สภ.ห้วยเม็ก
       
       โดยเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาว่าร่วมกันจัดงานบั้งไฟและบั้งไฟระเบิดทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ส่วนนายสุพจ สามารถ ซึ่งเป็นสามีของนางบุญเก่งผู้เสียชีวิตเป็นช่างทำบั้งไฟ และเป็นผู้จุดบั้งไฟ ขณะนี้ยังไม่เดินทางมาให้ปากคำเนื่องจากขอให้เสร็จงานศพจะเดินทางมาให้ปากคำ
       
       ร.ต.ท.อัศวินกล่าวว่า ผู้ต้องหาเข้ามอบตัวและรับทราบข้อหาแล้ว เหลือเพียงนายสุพจ ซึ่งขอเวลาจัดงานศพก่อน เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาร่วมกันจัดงานบั้งไฟและบั้งไฟเกิดระเบิดทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
       
       แหล่งข่าวที่อยู่ในเหตุการณ์เปิดเผยว่า บั้งไฟล้านที่จุดขึ้นไปแล้วแตกและตกลงมา ได้ขอติดต่อไปจุดในงานบุญบั้งไฟที่ อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด แต่ผู้เชี่ยวชาญและคณะกรรมการจัดงานไม่อนุญาตให้จุดเนื่องจากตรวจสอบพบว่าหางของบั้งไฟไม่ได้ศูนย์ และไม่ได้มาตรฐาน กระทั่งได้ติดต่อเข้าร่วมงานบวงสรวงศาลเจ้าปู่เขาเขียวของชาว ต.คำใหญ่ อ.ห้วยเม็ก และเกิดระเบิดตกใส่คนดูจนตาย




ที่มา:manageronline





วันจันทร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ระทึก! ระทึก! บั้งไฟล้านขอฝนกาฬสินธุ์พุ่งชนคนตาย2ศพบั้งไฟล้านขอฝนกาฬสินธุ์พุ่งชนคนตาย2ศพ








กาฬสินธุ์ 
- เกิดเหตุระทึกขวัญ บั้งไฟล้านน้ำหนักกว่า 500 กิโลกรัม จุดทะยานขึ้นฟ้าแต่เกิดหันหัวกลับตกกลางงานบวงสรวงศาลเจ้าปู่เขาเขียว เบื้องต้นเสียชีวิตคาที 1 ศพ ตายที่โรงพยาบาลอีก 1ล่าสุด รองผบก.กาฬสินธุ์ สั่งดำเนินคดีกับคณะจัดงาน ข้อหากระทำโดยประมาทให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

       
       วานนี้ (7ก.ค.56) เมื่อเวลา 16.30 น. พ.ต.ต.ประสานอันทพีระ ร้อยเวรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุบั้งไฟล้าน น้ำหนักกว่า 500 กิโลกรัม ตกบริเวณหนองน้ำข้างวัดป่าคำใหญ่ หมู่ที่ 7 ตำบลคำใหญ่ อำเภอห้อยเม็ก จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานบวงสรวงศาลเจ้าปู่เขาเขียว ข้างวัดป่าคำใหญ่ จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก
       
       จึงได้รายงาน พ.ต.อ.สุกิจ ข้อร่วมคิด ผกก.สภ.ห้วยเม็ก และผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยไปยังที่เกิดเหตุ พบศพนายชาญณรงค์ นานท้าว อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 48 หมู่ที่ 1 ต.น้ำอ้อย อ.กระนวน จ.ขอนแก่น เสียชีวิตคาที่ โดยมีบาดแผลฉกรรจ์ที่บริเวณหัวไหล่ ห่างออกไป 3 เมตร พบเศษบั้งไฟขนาดใหญ่ที่ทำด้วยท่อน้ำขนาดกว้าง 6 นิ้ว ยาว 5 เมตร หรือบั้งไฟล้านแตกกระจายตกอยู่ โดยที่เกิดเหตุมีร่องรอยการวิ่งหนีและรอยเลือดจำนวนมาก
       
       สอบถามเบื้องต้นทราบว่า ชาวบ้านได้ช่วยกันนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลอำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น โดยมี 2 รายได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส ทราบชื่อนางทองทิพย์ ทัศวงศ์ อายุ 53 ปี เลขที่ 33 หมู่ที่ 2 อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี และนางบุญเก่ง สามารถ อายุ 46 ปี เลขที่ 198 หมู่ที่ 2 ต.ลำพู อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู
       
       จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ชาวบ้านได้ร่วมกันจุดบั้งไฟเพื่อบูชาศาลเจ้าปู่เขาเขียว ซึ่งศาลเจ้าที่ตั้งอยู่ภายในวัดป่าคำใหญ่ ที่เคารพนับถือของชาวบ้าน เพื่อขอฝนก่อนฤดูการทำนา เป็นประจำทุกปี ซึ่งเป็นการจัดงานภายหลังจากมีเทศกาลงานบุญบั้งไฟประจำตำบล โดยในวันนี้หลังจากมีพิธีบวงสรวงในช่วงเช้า ตกบ่ายจะเป็นการจุดประชันบั้งไฟ
       
       ทั้งก่อนหน้าได้ทำการจุดบั้งไฟแสนไปแล้ว 3 บั้ง จนเหลือบั้งไฟล้านเป็นดอกสุดท้าย แต่เมื่อคณะกรรมการได้จุดบั้งไฟล้านหลังจากพุ่งทะยานขึ้นฟ้า แทนที่บั้งไฟจะไปตกในจุดนัดหมาย แต่กลับหันหัวตกลงมากลางงาน ระหว่างนั้นชาวบ้านที่เห็นความเร็วของบั้งไฟล้านกว่า 2,000 คนต่างพากันวิ่งหนี จนไปตกถูกผู้เคราะห์ร้ายเสียงระเบิดตูมตาม จนมีผู้เสียชีวิตและมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบกันหนีตาย ดังกล่าว
       
       ล่าสุด พ.ต.อ.วิเชียร พินดวง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้สั่งการให้ พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับนายปราการ อุตสาห์ อดีตส.อบจ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นประธานจัดงาน ในข้อหาทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยประมาท และให้สอบสวนมีเรื่องการพนันหรือไม่ และนอกจากนี้ ในกลุ่มผู้ได้รับบาเจ็บสาหัส 2 รายนั้นนางทองทิพย์ ทัศวงศ์ ชาวจังหวัดอุดรธานี ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตเป็นรายที่ 2




  










ที่มา:Manageronline