หนองคาย ชาวนากางมุ้งนอนดักโจรตระเวนขโมยข้าวเปลือกที่ชาวนาตากไว้ |
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามถนนเส้นทางต่างๆ
ในหลายพื้นที่ของจังหวัดหนองคาย ชาวนาต่างนำข้าวเปลือกมาตากแดดบนท้องถนน
เพื่อไล่ความชื้น ป้องกันโรงสีกดราคาหักค่าความชื้น
ซึ่งในช่วงนี้เองมักพบกลุ่มมิจฉาชีพถือโอกาส
ออกตระเวนขโมยข้าวเปลือกที่ชาวนาตากไว้
ทำให้ชาวนาต้องหอบที่นอนมานอนเฝ้าข้าวที่ตาก โดยใช้เวลาเฉลี่ย 4-5 วัน
เพื่อเฝ้าระวังกลุ่มมิจฉาชีพดังกล่าวที่อาจจะเข้ามาลักขโมยในช่วงนี้
นายสุจิตร จุมภลักษ์ อายุ 45 ปี
ชาวนาในพื้นที่ตำบลท่าบ่อ อำเภอหนองคาย กล่าวว่า
ตนพร้อมครอบครัวต้องผลัดเปลี่ยนกันมานอนเฝ้าข้าวที่นำมาตากไว้ริมทาง
เพื่อให้ข้าวที่ใช้รถเกี่ยวแห้ง
ก่อนนำส่งขายและส่วนหนึ่งเก็บไว้กินในครอบครัว
โดยตนและครอบครัวต้องหอบที่นอนมานอนเฝ้าบนเถียงนา
เฝ้าข้าวที่ตากไว้
เพื่อระวังกลุ่มมิจฉาชีพที่มักฉกฉวยโอกาสตอนกลางดึกที่ทุกคนนอนหลับกันหมด
จากนั้นกลุ่มคนร้ายก็จะมาขโมยข้าวที่ตากไว้ไปขาย
ไม่แค่ครอบครัวของตนเท่านั้นที่ต้องนอนเฝ้าข้าวที่ตากไว้ เพื่อนบ้านคนอื่นๆ
ก็ทำเช่นกัน
ส่วน นายสนิท อุ่นคำแก้ว อายุ 62 ปี ชาวนาในพื้นที่
อำเภอเฝ้าไร่ จังหวัดหนองคาย กล่าวว่า ตนเก็บเกี่ยวข้าวโดยใช้รถเกี่ยวข้าว
ทำให้ได้เมล็ดข้าวที่ยังมีความชื้นสูง ต้องตากให้แห้งก่อน
ไม่มีที่จะตากเลยนำมาตากที่ริมถนนใช้เวลาในการตากประมาณ 4 วัน
ถึงขนไปเก็บในยุ้งฉาง และตนกับครอบครัวก็ต้องมานอนเฝ้าข้าวเหมือนกัน
ตนพอใจกับผลผลิตข้าวปีนี้มาก
ช่วงนี้ราคาข้าวถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี
ข้าวเปลือกหอมมะลิ กิโลกรัมละ 15 บาท
ตนไม่ได้เข้าโครงการรับจำนำข้าวกับรัฐบาล
วันนี้จะเก็บข้าวเปลือกขนเข้ายุ้งฉางเพื่อรอนำไปขายใช้หนี้ที่หยิบยืมมาทำนา
หลายหมื่นบาท เฉพาะค่าปุ๋ยก็ตกไปสองหมื่นบาทแล้ว
อยากให้รัฐบาลช่วยเหลือชาวนาโดยการปรับราคาให้สูงขึ้นตรงกับต้นทุนการผลิต
และภาระหนี้สิน กิโลกรัมละกว่า 20 บาท หรือตันละ 20 ,000 บาท
ปัจจุบันได้เพียงตันละ 16,000- 17,000 บาท เท่านั้น
ขอบคุณข้อมูลข่าว : พงษ์ศักดิ์ เทพบุตรดี / อีสานไกด์ ดอทคอม เรียบเรียง
|
วันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
หนองคาย - ชาวนากางมุ้งนอนดักโจรตระเวนขโมยข้าวเปลือกที่ชาวนาตากไว้
วันพุธที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
สุรินทร์ - ชาวบ้านชายแดนสุรินทร์เร่งช่วยกันเสริมกำแพงหลุมหลบภัยให้หนาแน่นรับมือภัยสู้รบเขมรกรณีศาลโลกตัดสินคดีปราสาทพระวิหาร
สุรินทร์ - ชาวบ้านชายแดนสุรินทร์เร่งช่วยกันเสริมกำแพงหลุมหลบภัยให้หนาแน่นรับมือภัยสู้รบเขมรกรณีศาลโลกตัดสินคดีปราสาทพระวิหาร ชี้เพื่อความไม่ประมาทแม้สถานการณ์ในพื้นที่จะปกติ ขณะนักเรียนซ้อมวิ่งหนีตายเข้าหลุมหลบภัยทุกวัน ด้านทหารไทยพิลึก สั่งห้าม ปชช. นักข่าวบันทึกภาพบริเวณปราสาทตาเมือนธม-ตาควาย อ้างหวั่นเป็นการยั่วยุเขมร
วานนี้ (5 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันนี้ชาวบ้านตาเมียง ม.1 ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ต่างเร่งช่วยกันบรรจุดินใส่กระสอบปุ๋ยเพื่อเสริมกั้นรอบหลุมหลบภัยคอนกรีตให้มีความหนาแน่นแข็งแรงมากขึ้น สามารถป้องกันวิถีกระสุนและสะเก็ดระเบิดได้รอบทิศทางหากเกิดสถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนระหว่างทหารไทยกับกัมพูชา ที่อาจเกิดขึ้นได้จากกรณีศาลโลกกำหนดตัดสินคดีปราสาทพระวิหาร ตามคำร้องของฝ่ายกัมพูชา ในวันที่ 11 พ.ย.นี้ เช่นที่เคยเกิดการสู้รบอย่างรุนแรงขึ้นเมื่อปี 2554
ถึงแม้หน่วยงานทหารในพื้นที่ยังยืนยันว่าสถานการณ์ชายแดนยังคงปกติและทหารไทย-กับกัมพูชามีความสัมพันธ์ที่ดีและประสานงานกันอยู่ตลอดเวลาก็ตาม เพราะบ้านตาเมียงเป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ห่างจากชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านกลุ่มปราสาทตาเมือนธม ไม่มากนัก
ทั้งนี้ การซ่อมแซมปรับปรุงหลุมหลบภัยดังกล่าวเป็นแผนการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ของทางจังหวัดสุรินทร์ ที่กำชับให้อำเภอติดชายแดนไทย-กัมพูชา ประกอบด้วย อ.พนมดงรัก อ.กาบเชิง อ.สังขะ และ อ.บัวเชด ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนเตรียมความพร้อมอยู่ในความไม่ประมาท และให้ผู้นำชุมชนชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนอย่าตื่นตระหนกกับกระแสข่าวสถานการณ์ชายแดนต่างๆ และให้ติดตามเชื่อฟังเฉพาะผู้นำชุมชนและหน่วยราชการของอำเภอในพื้นที่นั้นๆ
นายปิ่น เปรียบวารี อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4 ม.1 ต.ตาเมียง กล่าวว่า ชาวบ้านมาร่วมแรงร่วมใจกันซ่อมปรับปรุงเสริมหลุมหลบภัยมา 2 วันแล้ว ส่วนดินและถุงปุ๋ยบรรจุทราย ชาวบ้านช่วยบริจาคกันเอง โดยใช้ไปแล้วกว่า 500 ถุง และยังขาดแคลนอีกมากที่ยังไม่เพียงพอ โดยส่วนตัวไม่รู้สึกหวาดกลัวกับสถานการณ์ชายแดน และเชื่อว่าจะไม่เกิดสงครามขึ้น เพราะมั่นใจในรัฐบาลทั้ง 2 ประเทศที่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
นายอภินพ อนุกูล ผู้ใหญ่บ้านตาเมียง ต.ตาเมียง กล่าวว่า การปรับปรุงซ่อมแซมหลุมหลบภัย เป็นการเตรียมพร้อมเพื่อป้องกันตามปกติอยู่แล้ว ซึ่งหมู่บ้านตาเมียงนี้มี 269 ครัวเรือน ประชาชน 1,612 คน มีหลุมหลบภัยจำนวน 3 แห่ง หากมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นจะประกาศแจ้งเตือนทางหอกระจายข่าว และแจ้งไปทางอำเภอให้รับทราบทางโทรศัพท์มือถือ ส่วนการอพยพได้ซักซ้อมไว้อยู่แล้วหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินพร้อมอพยพได้ทันที
“โดยส่วนตัวจากการติดตามข่าวสารเชื่อว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น และอยากให้ทั้ง 2 ประเทศใช้พื้นที่ร่วมกัน เพราะเป็นพี่น้องเพื่อนบ้านกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ หากเกิดสงครามชาวบ้านจะลำบากเดือดร้อน อีกทั้งช่วงนี้เป็นฤดูเก็บเกี่ยวข้าวด้วย” นายอภินพกล่าว
นายชัยทัต เมินธนู ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านตาเมียง ต.ตาเมียง กล่าวว่า การซ่อมแซมหลุมหลบภัยดังกล่าวต้องใช้เวลาอีก 2-3 วันถึงจะแล้วเสร็จ และยังขาดแคลนถุงปุ๋ยบรรจุดินอีกจำนวนมาก ใช้ไปกว่า 500 ถุงแล้วแต่ยังไม่พอ และยังไม่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาสนับสนุนช่วยเหลือแต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะที่โรงเรียนบ้านหนองคันนา ต.ตาเมียง ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ปราสาทตาเมือนธม ชายแดนไทย-กัมพูชา ทางคณะครูของโรงเรียนได้นำนักเรียนซ้อมแผนวิ่งเข้าหลุมหลบภัยอย่างสม่ำเสมอทุกวัน โดยมีหน่วยทหารและทางจังหวัดสุรินทร์เข้ามาช่วยเหลือซักซ้อมแผนและตรวจสอบซ่อมแซมหลุมหลบภัยให้ได้มาตรฐาน ซึ่งโรงเรียนบ้านหนองคันนามีหลุมหลบภัยขนาดใหญ่อยู่ภายในโรงเรียนจำนวน 5 จุด
ส่วนสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.สุรินทร์ล่าสุดยังคงเป็นไปตามปกติ โดยเฉพาะที่ชายแดนด้านปราสาทตาเมือนธม ต.ตาเมียง และปราสาทตาควาย ต.บักได อ.พนมดงรัก อดีตสมรภูมิรบระหว่างทหารไทย-กัมพูชาเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ขณะนี้ทหารไทยยังคงปฏิบัติหน้าที่ประจำฐานที่มั่นในทุกจุด และคอยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวชมปราสาททั้ง 2 แห่งได้ตามปกติ โดยเปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 09.00-15.00 น. แต่ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวและผู้สื่อข่าวบันทึกภาพด้วยกล้องทุกชนิด อ้างหวั่นเป็นการยั่วยุในพื้นที่ชายแดนได้
ที่มา:manageronline
วันพุธที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2556
อุบลราชธานี - หมอเตือนซื้อเครื่องกันหนาวมือสองต้องต้มก่อนนำมาใช้ป้องกันโรคติดต่อทางผิว หนัง พร้อมชี้ความเชื่อดื่มสุราคลายหนาวเป็นตัวการทำให้ตายได้
อุบลราชธานี - หมอเตือนซื้อเครื่องกันหนาวมือสองต้องต้มก่อนนำมาใช้ป้องกันโรคติดต่อทางผิว หนัง พร้อมชี้ความเชื่อดื่มสุราคลายหนาวเป็นตัวการทำให้ตายได้
วานนี้ (29 ต.ค.) นพ.ศรายุธ อุตตมางคพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จ.อุบลราชธานี กล่าวถึงการซื้อเสื้อผ้ากันหนาวมือสองมาใช้ว่า ต้องนำมาต้มในน้ำเดือดเพื่อฆ่าเชื้อโรคติดต่อผ่านทางผิวหนัง เช่น โรคกลาก โรคเกลื้อน ซึ่งอาจติดมาจากเครื่องนุ่งห่ม จึงควรทำความสะอาดก่อน
ส่วนประชาชนบางส่วนมีความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการดื่มสุราช่วยคลายหนาวนั้นไม่เป็นความจริง เนื่องจากสุราทั่วไปมีเอทิลแอลกอฮอล์ที่กินได้ผสมอยู่ 60% หากดื่มมากหรือนานแอลกอฮอล์จะไปกดประสาทส่วนกลาง ทำให้มีอาการง่วง ซึม และหมดสติ ถ้าผู้ดื่มอยู่ในพื้นที่อากาศหนาวเย็น ความเย็นทำให้ร่างกายมีความหนืดมากขึ้น การไหลเวียนของโลหิตลำบาก เมื่ออวัยวะขาดออกซิเจน หัวใจต้องทำงานหนักเพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกาย ทำให้ช็อกและเสียชีวิตได้
ทั้งนี้ ช่วงต้นฤดูหนาวทุกปีประชาชนเจ็บป่วยได้ง่ายหากร่างกายปรับตัวไม่ทัน โดยเฉพาะเด็กเล็กและผู้สูงอายุ เพราะร่างกายมีภูมิต้านทานโรคต่ำ ต้องระมัดระวังป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคไข้หวัดใหญ่ หอบหืด หลอดลมอักเสบ รวมถึงปอดบวม จึงต้องสวมเสื้อผ้าให้ความอบอุ่นร่างกายอย่างเพียงพอ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลฮอตไลน์ กระทรวงสาธารณสุข โทรศัพท์ 1422
สำหรับ จ.อุบลราชธานี มีอากาศเย็น อุณหภูมิ 21-30 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือมีความเร็ว 15-35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ยอดภูมีอากาศหนาว 11-17 องศาเซลเซียส
ที่มา:manageronline
วันอังคารที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2556
เลย - ผู้ว่าฯ เปิดฤดูท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูเรือ ประกาศหนาวนี้เที่ยวเลยทั้งวันทั้งคืน คาดยอดนักท่องเที่ยวเพิ่มอีก 30%
เลย - ผู้ว่าฯ เปิดฤดูท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูเรือ ประกาศหนาวนี้เที่ยวเลยทั้งวันทั้งคืน คาดยอดนักท่องเที่ยวเพิ่มอีก 30%
วานนี้ (21 ต.ค.) นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย กล่าวว่า ช่วงนี้สภาพอากาศใน จ.เลยเริ่มหนาวเย็นแล้ว ตามยอดภูมีนักท่องเที่ยวขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาวอย่างต่อเนื่อง เช่น อุทยานแห่งชาติภูเรือ อ.ภูเรือ ซึ่งช่วงนี้จะมีทะเลหมอก โดยช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์มีนักท่องเที่ยววันละ 4,000-5,000 คน
ซึ่งวันนี้อุณหภูมิบนยอดภูเรืออยู่ที่ 12-14 องศาเซลเซียส นักท่องเที่ยวจึงไม่ผิดหวังกับอากาศที่เริ่มหนาวเย็นและชมพระอาทิตย์ขึ้น
นายวิโรจน์กล่าวว่า ช่วงฤดูหนาวนี้ภูเรือจะมีเทศกาล “ลานคริสต์มาส และเทศกาลโคมไฟ” สามารถเที่ยวได้ทั้งกลางวันและกลางคืน คาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาเพิ่มขึ้น 30% จากปีก่อนที่มี 1.3 ล้านคน
ที่มา:manageronline
วานนี้ (21 ต.ค.) นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย กล่าวว่า ช่วงนี้สภาพอากาศใน จ.เลยเริ่มหนาวเย็นแล้ว ตามยอดภูมีนักท่องเที่ยวขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาวอย่างต่อเนื่อง เช่น อุทยานแห่งชาติภูเรือ อ.ภูเรือ ซึ่งช่วงนี้จะมีทะเลหมอก โดยช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์มีนักท่องเที่ยววันละ 4,000-5,000 คน
ซึ่งวันนี้อุณหภูมิบนยอดภูเรืออยู่ที่ 12-14 องศาเซลเซียส นักท่องเที่ยวจึงไม่ผิดหวังกับอากาศที่เริ่มหนาวเย็นและชมพระอาทิตย์ขึ้น
นายวิโรจน์กล่าวว่า ช่วงฤดูหนาวนี้ภูเรือจะมีเทศกาล “ลานคริสต์มาส และเทศกาลโคมไฟ” สามารถเที่ยวได้ทั้งกลางวันและกลางคืน คาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาเพิ่มขึ้น 30% จากปีก่อนที่มี 1.3 ล้านคน
ที่มา:manageronline
วันศุกร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2556
นครราชสีมา - โคราชยังวิกฤตน้ำท่วม พายุ “นารี” ส่งผลฝนตกต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ถนนหลายสายจมบาดา
นครราชสีมา - โคราชยังวิกฤตน้ำท่วม พายุ “นารี” ส่งผลฝนตกต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ถนนหลายสายจมบาดาล โดยเฉพาะเส้นราชสีมา-โชคชัย เจ้าหน้าที่เร่งแก้ไขปัญหา
เมื่อเวลา 09.00 น.วันนี้ (17 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมหลังเกิดฝนตกต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 จากอิทธิพลของพายุ “นารี” ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันหลายพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงหลักกิโลเมตรที่ 26-27 บ้านท่าอ่าง ต.ท่าอ่าง อ.โชคชัย ขาเข้าตัวเมืองนครราชสีมา ได้มีน้ำท่วมขังบนพื้นผิวการจราจรเป็นระยะทางยาวกว่า 500 เมตร โดยมีน้ำท่วมขังสูงเกือบ 50 เซนติเมตร ทำให้รถยนต์ทุกชนิดไม่สามารถขับผ่านได้
เจ้าหน้าที่สำนักบำรุงทางนครราชสีมา ที่ 3 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรโชคชัย และอาสาสมัครหน่วยกู้ภัย ฮุก 31 ประจำจุดอำเภอโชคชัย จึงได้ทำการปิดการจราจรไป 1 ช่องทาง โดยเปิดช่องทางพิเศษเป็นระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร พร้อมกับได้มีการนำรถตักดินขนาดใหญ่จำนวน 2 คันมาทำการขุดดินบริเวณริมถนน เพื่อช่วยเปิดทางระบายน้ำให้น้ำไหลลงคลองธรรมชาติได้เร็วขึ้น
แต่เนื่องจากยังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ระดับน้ำไม่มีทีท่าว่าจะลดลงแต่อย่างใด
นายจักรกฤษณ์ บุญเรืองศรี ผู้อำนวยการสำนักงานบำรุงทางนครราชสีมา ที่ 3 กล่าวว่า น้ำที่ท่วมบนพื้นผิวการจราจรในครั้งนี้เกิดจากน้ำฝนที่ตกลงมาติดต่อกันนาน หลายชั่วโมง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขัง ตนจึงได้นำรถตักดินขนาดใหญ่มาทำการเปิดทางระบายน้ำริมถนน เพื่อให้น้ำไหลลงไปสู่คลองธรรมชาติ แต่เนื่องจากฝนตกลงมาติดต่อกันทำให้ระดับน้ำไม่ลดลง
ตนจึงต้องปิดการจราจรไป 1 ช่องทาง พร้อมกับเปิดช่องทางพิเศษเพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรผ่านไปมาได้ ซึ่งตลอดทั้งคืนนี้ตนพร้อมเจ้าหน้าที่จะช่วยกันเปิดทางระบายน้ำให้มากที่สุด เพื่อให้น้ำลดและเปิดการจราจรได้ตามปกติ
นายจักรกฤษณ์กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับประชาชนที่ใช้รถใช้ถนน หากพบเห็นถนนหลวงชำรุด หรือมีน้ำท่วมขังบนพื้นผิวการจราจรก็ขอให้ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง หรือแจ้งข้อมูลมาได้ที่ สำนักบำรุงทาง นครราชสีมาที่ 3 ต.หนองบัวศาลา อ.เมือง จ.นครราชสีมา หรือโทร. 0-4421-2200 หรือที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
นอกจากนี้ยังมีน้ำท่วมขังสูงในหมู่บ้านจามจุรี เลควิว หมู่ 10 ต.หนองบัวศาลา อ.เมือง จ.นครราชสีมา ที่มีทหารกองทัพภาคที่ 2 คอยให้บริการอำนวยความสะดวกในการเข้าออกหมู่บ้าน ขณะที่บริเวณหน้าศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 5 ยังคงมีน้ำท่วมสูงประมาณ 30-50 ซม. เป็นระยะทางกว่า 1 กม. ประชาชนต้องใช้ความระมัดระวังในการสัญจรเป็นพิเศษ
เนื่องจากช่วงเช้ามีประชาชนใช้เส้นทางในการสัญจรค่อนข้างมาก ทำให้รถเคลื่อนตัวได้อย่างช้าๆ และต้องระมัดระวังเนื่องจากแรงกระเพื่อมของน้ำอาจทำให้รถเล็กเกิดอุบัติเหตุ ได้ง่าย แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกและติดป้ายให้ใช้ความระมัดระวังตลอด เส้นทาง
ที่มา:manageronline
วันพฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2556
“นารี” ทำบุรีรัมย์ฝนตกต่อเนื่อง เตือนพื้นที่เสี่ยงริม “น้ำมูล” รับมือท่วมฉับพลัน
บุรีรัมย์ - อิทธิพลพายุ “นารี” กระทบบุรีรัมย์ฝนตกกระจายทั่วทั้งจังหวัดตลอดทั้งคืนต่อเนื่องถึงวันนี้ ส่งผลน้ำท่วมขังถนนหลายสายในเขตเทศบาลเมือง ขณะ ปภ.เตือนพื้นที่เสี่ยงภัยติดริมน้ำมูลเตรียมรับมือภาวะน้ำท่วมฉับพลัน ส่วนสถานการณ์น้ำท่วม 5 อำเภอที่ได้รับผลกระทบจากน้ำล้นเขื่อนยังไม่คลี่คลาย
วันนี้ (16 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อิทธิพลจากพายุไต้ฝุ่น “นารี” ที่เคลื่อนขึ้นฝั่งเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม และได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำที่แผ่เข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียง เหนือของประเทศไทยส่งผลให้มีฝนตกหลายจังหวัดทางภาคอีสาน เช่นเดียวกับที่จังหวัดบุรีรัมย์ได้มีฝนตกกระจายทั่วทุกพื้นที่ของจังหวัด ตลอดคืนที่ผ่านมายาวมาจนถึงช่วงบ่ายของวันนี้ ทำให้เกิดน้ำท่วมขังถนนหลายสายในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ เช่น ถนนสายปลัดเมือง ถนนแสนสุข และถนนหน้าสถานีขนส่งผู้โดยสาร สูงประมาณ 30 เซนติเมตร ทำให้รถสัญจรผ่านไปมาด้วยความลำบาก โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์บางคันขับลุยน้ำจอดเสียกลางถนน
สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ เนื่องจากมีสิ่งปฏิกูล หรือเศษขยะอุดตันท่อระบายน้ำ ทำให้น้ำไหลไม่สะดวกและเกิดปัญหาน้ำท่วมขังดังกล่าว ซึ่งหากไม่มีฝนตกลงมาซ้ำอีกคาดว่าภายใน 1-2 ชั่วโมงน้ำที่เอ่อท่วมขังถนนก็จะลดลงเป็นปกติ
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมบ้านเรือน ถนน และไร่นาในพื้นที่ อ.โนนดินแดง อ.นางรอง อ.ชำนิ อ.หนองกี่ และ อ.ลำปลายมาศ ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำที่เอ่อล้นสปิลเวย์เขื่อนลำนางรอง อ.โนนดินแดง และอ่างเก็บน้ำอีกหลายแห่ง ล่าสุดขณะนี้สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ยังคงมีน้ำท่วมขังตามบ้านเรือน ถนน และไร่นา เกือบ 2 สัปดาห์แล้ว
นายสนธยา คุ้มชุ่ม นายช่างชลประทานอาวุโส โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนลำนางรอง กล่าวว่า ปัจจุบันน้ำในเขื่อนยังมีปริมาณเกินกักเก็บกว่า 3.7 ล้านลูกบาศก์เมตร จากปริมาณความจุอ่าง 121 ล้านลูกบาศก์เมตร และคาดว่าอิทธิพลจากพายุนารีจะทำให้มีฝนตกและปริมาณน้ำในเขื่อนเพิ่มขึ้นไม่ เกิน 6 ล้านลูกบาศก์เมตร
ขณะที่ นายณัฐวัฒน์ อ่อนสุวรรณ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผย ว่า ได้แจ้งเตือนให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยที่อาศัยอยู่ติดริมน้ำมูล เช่น อ.สตึก อ.แคนดง อ.พุทไธสง อ.คูเมือง เตรียมพร้อมรับมือภาวะน้ำท่วมฉับพลัน โดยให้เตรียมขนย้ายสิ่งของหรือสัตว์เลี้ยงขึ้นบนที่สูงเพื่อป้องกันความเสีย หายที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงนี้ด้วย
ที่มา:manageronline
วันอังคารที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2556
อุบลราชธานี - ตำรวจจราจร สภ.เมือง ตั้งด่านไล่แจกหมวกกันน็อกให้ประชาชนขณะขับขี่แทนการให้ใบสั่ง เนื่องในวันตำรวจ
อุบลราชธานี - ตำรวจจราจร สภ.เมือง ตั้งด่านไล่แจกหมวกกันน็อกให้ประชาชนขณะขับขี่แทนการให้ใบสั่ง เนื่องในวันตำรวจ
สายวานก่อน (13 ต.ค.) พ.ต.ท.สุพจน์ จงอุตส่าห์ รอง ผกก.จราจร สภ.เมือง จ.อุบลราชธานี พร้อมตำรวจจราจรกว่า 50 นาย ตั้งด่านตามถนนในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี เพื่อแจกหมวกกันน็อกให้ประชาชนที่ขับขี่รถผ่านไปมาโดยไม่มีหมวกกันน็อกสวม ใส่ โดยเฉพาะคนซ้อนท้าย ซึ่งถือว่าผิดกฎหมาย เพราะกฎหมายบังคับให้ผู้นั่งซ้อนท้ายต้องสวมหมวกกันน็อกเช่นเดียวกับผู้ขับ
ทั้งนี้ ด้วยความเป็นห่วงต่อสวัสดิภาพของประชาชนในการใช้รถใช้ถนน และเนื่องในวันตำรวจ จึงนำหมวกกันน็อก 199 ใบ มอบให้ประชาชนแทนการออกใบสั่ง
สำหรับสถิติจากศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุ Thai Rsc รายงานยอดอุบัติเหตุสะสมปี 2556 มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทั้งประเทศ 461,633 ราย เสียชีวิต 5,530 ราย เฉพาะ จ.อุบลราชธานี มีอุบัติเหตุ 5,092 ครั้ง เสียชีวิต 578 คน หรือเฉลี่ยวันละเกือบ 2 คน โดยอุบัติเหตุที่ทำให้เสียชีวิตมากที่สุด คือ การขับขี่รถจักรยานยนต์
ที่มา:manageronline
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)





